Category:Other
วิธีการใช้คอมพิวเตอร์อย่างถูกต้อง
เอาล่ะคับ...วันนี้มาแนววิชาการซะนิดส์นึง ผมเชื่อว่าทุกคนต้องใช้คอมพิวเตอร์กันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะเพื่อนพ้อง พี่น้องลุงป้าน้าอาชาว Multiply ---> แต่ให้ผมถามกลับทุกท่านไปว่า เคยมีอาการแบบนี้กันมั้ยคับ "ปวดคอ ปวดบ่า ปวดหลัง เมื่อยล้าสายตา" หลังจากที่ใช้คอมพิวเตอร์ไปแล้ว แน่นอนล่ะ 70% ของคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ประจำคงต้องเป็นแน่ๆ โรคที่ว่านี้คับ เดี๋ยวนี้เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนวัยทำงานอย่างเราๆ นี่แหละ จนเค้าจัดกลุ่มโรคที่เรียกว่า "โรคที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน (Work Related Disorders)
เจ้าโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบอาชีพนี้ องค์การอนามัยโลก(ยิ่งใหญ่เชียว) ได้นิยามว่าเป็นโรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรงจากการทำงานแต่การทำงานทำให้อาการของโรคเป็นมากขึ้น สมารถแสดงอาการได้ทุกระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal System) ระบบทางเดินหายใจ (Respiratory System) ระบบผิวหนัง (Dermatology System) ฯลฯ ขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ทำ
ส่วนใหญ่พวกที่นั่งใช้คอมพิวเตอร์แบบเราๆ เนี้ย มักพบว่ามีอาการผิดปกติในส่วนของคอและแขน เช่น อาการปวด ตึง ชา ของนิ้ว ข้อมือ ข้อศอก ข้อไหล่ หรือคอ ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ เป็นต้น ซึ่งหลายๆ คนบอกกันว่าเกิดจากการนั่งนานเกินไป ก็บอกกันดื้อๆ เลยคับว่าอย่านั่งนาน อ่า...นั่นมันก็จริง แต่เราลองมาทำความเข้าใจกับมันซิคับว่า ไอ้อาการที่ว่ามาพวกนี้เนี้ยมันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง
สาเหตุของอาการปวดเหล่านี้เนี้ย...อธิบายได้ตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) คับ ---> ergonomics เนี้ยคือศาสตร์ที่ว่าด้วยการจัดสภาพงานให้เหมาะกับคนทำงาน “ หรือ “ การศึกษาคนในสิ่งแวดล้อมการทำงาน เค้าบอกว่าองค์ประกอบของการจัดสภาพการทำงานให้เหมาะกับคนเนี้ยจะเกี่ยวข้องอยู่ 3 อย่าง คือ คน อุปกรณ์ที่ใช้ทำงาน และสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน สิ่งเหล่านี้แหล่ะคับคือสาเหตุที่สำคัญของอาการผิดปกติจากการทำงาน มาดูกันนะคับ
1. คน ก็ว่ากันไม่ได้นะคับว่าถึงแม้จะไฮเทคยังไง ก็ต้องใช้คนทำงานอยู่ดี ยิ่งสมัยนี้คับงานอะไรมั่งก็ไม่รู้คับท่วมหัวเลยคับ โดยเฉพาะชาวสำนักงานอย่างเราๆ คงเข้าใจดีนะคับ งานเยอะมั่งล่ะ เร่งงานมั่งล่ะ โดนกดดันมั่งล่ะ แข่งขันกันมั่งล่ะ พวกนี้แหล่ะคับเป็นสาเหตุที่สำคัญคับ ทำให้เราเครียดคับ พอเครียดแล้วก็ส่งผลถึงร่างกายคับ หลายๆ คนคงเคยเป็นบ้างล่ะผมว่า กระเพาะมั่งล่ะ ปวดหัวมั่งล่ะ กล้ามเนือตึง เมื่อยล้ามั่งล่ะ ...ผมเคยเจอคับ คิ้วนี่ขมวดมาเลย มาบอกเราว่าไม่ได้เครียดนะ สบายดี (หลอกกันเห็นๆ)
ถามว่าจะแก้ยังไง จะบอกให้ลาออกหรือเลิกทำงานก็คงไม่ได้หรอกคับ(จะเอาไรรับทานคับท่าน) คงต้องมีวิธีการจัดการความเครียดตัวเองล่ะคับ หลังจากเลิกงานออกกำลังกายบ้าง เดินเที่ยวเล่นผ่อนคลายจิตใจบ้าง ขณะนั่งทำงานก็ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง(เค้าบอกให้ทำอย่างน้อยชั่วโมงละครั้งนะคับ) นอกเวลางานแล้วรู้จักวางงานไว้ที่โต๊ะทำงานบ้าง อย่าหยิบเอากลับไปเครียดที่บ้าน ไปหาทำอะไรที่ผิดแปลกไปจากการทำงานบ้าง (เช่น ทำงานในออฟฟิศ เลิกงานก็ออกไปหาถ่ายรูปเล่นบ้างตามประสาอ่ะคับ)
2. อุปกรณ์ที่ใช้ทำงาน ที่จะเห็นหลักๆ เลยก็จะมีโต๊ะทำงานกะไอ่เจ้าคอมพิวเตอร์นี่ล่ะคับ ก็ดีนะคับเดี๋ยวนี้มีคอมฯใช้กัน สะดวกสบายขึ้นเยอะ แต่ก็มีเยอะเหมือนกันที่ไม่สบายตัวจากการใช้คอมฯ เพราะอะไรเหรอคับ ลองไปดูโต๊ะคอมฯ ที่ทำงานตัวเอง หรือที่บ้านก็ได้นะคับ ให้ดูที่ระดับของโต๊ะ คีย์บอร์ดและเมาส์คับ ง่ายๆ คับลองวางแขนที่โต๊ะ คีย์บอร์ดหรือเมาส์ดูคับ ระดับแขนของคุณวางยังไง เค้าบอกว่าระดับของโต๊ะ คีย์บอร์ด และเมาส์ที่เหมาะตามหลัก ergonomics เวลาวางข้อศอกเราจะตั้งฉาก 90 องศาคับ (ทำไงดี เอารูปลงไม่เป็น) ส่วนหลังตั้งตรงแนบกับพนักพิง(ถ้าเป็นเก้าอี้สำนักงานที่พนักพิงอยู่ลึกอาจจะเอาหมอนมาวางดันหลังก็ได้คับ) ระดับจออยู่ในระดับสายตาที่ไม่ต้องก้มหรือมองจอเวลาทำงาน
ผมล่ะเป็นห่วงก็แต่คนที่ใช้ Laptop อ่ะคับ...ส่วนใหญ่เห็นแต่จะเอามาวางตักแล้วทำงานกัน (ผมก้อเป็นคับ ทำงานกับโน้ตบุคบนเตียงกึ่งนั่งกึ่งนอน) ก็พอได้คับ แต่ต้องจัดดีๆ หน่อย เอาหมอนมารองหลังให้ตรง แล้วใช้หมอนอีกนั่นแหละรองโน๊ตบุคให้สูงขั้นมาหน่อย อยู่ในระดับสาย เท่านี้ก็ใช้ได้แล้ว
3. สิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน อันนี้พูดยากเหมือนกันคับ เพราะเราไม่ได้เป็นคนออกแบบที่ทำงานเองนี่คับ สิ่งแวดล้อมนี่ก็จะเกี่ยวข้องกับ แสง สี เสียงในที่ทำงานคับ
แสง ถ้าเยอะเกินไป (ในที่นี้คือแสงไฟนีออนในสำนักงานนะคับ) ลองบอกให้คนที่รับผิดชอบสถานที่ลดจำนวนหลอดไฟลงแล้วติดกล่องไฟสะท้อนดูคับ ช่วยชาติประหยัดไฟได้อีกตะหาก แถมไม่ต้องเสี่ยงเรื่องสายตาของเราด้วยคับ ส่วนที่ทำงานที่ไหนที่แสงน้อยไป รู้สึกว่าทัศนวิสัยในการทำงานไม่ดี ก็เพิ่มจำนวนหลอด หรือเพิ่มกล่องไฟสะท้อนอย่างที่ว่าคับ
สี สีนี่คิดว่าไม่น่าเป็นปัญหาเท่าไหร่คับ คงไม่มีสำนักงานไหนทาสีเขียว สีส้มสะท้อนแสงนะคับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสีพื้นๆ เช่น สีขาว สีครีม ฯลฯไรประมาณนี้อ่ะคับ จิงๆ ถ้าจะให้ออกแบบจิงๆ อาจจะใช้หลักการของสีมาช่วยได้คับ เช่น เค้าบอกว่าถ้าเป็นห้องทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เยอะ อาจจะใช้สีม่วง ส่วนบริเวณไหนในที่สำนักงานที่ต้องการเน้น หรือเป็นจุดสำคัญอาจจะใช้สีแดง สีแสด ไรประมาณเนี้ยคับ(ไม่รู้ลึกซึ้งเหมือนกันคับ...เดาๆ ไป)
เสียง ปริมาณเสียงอย่าดังเกินไปนะคับ อาจจะใช้เสียงเช่น เสียงเพลงช่วยผ่อนคลายระหว่างการทำงานได้คับ (เหมือนสปาอ่ะ...music therapy) สำนักงานบางที่ยังเปิดเพลงคลอเบาๆ เวลางานเลยคับ ส่วนเสียงที่ไม่พึงประสงค์ก็เอาออกไปข้างนอกซะคับ(โดยเฉพาะเสียงนินทากัน...อิอิ)

ลองทำดูคับ....คิดว่าน่าจะทำให้ทุกท่านทำงานได้สบายกายสบายใจขึ้นนะคับ ได้ความยังไงมาบอกกันมั่งนะคับ


7 Comments
letlovein wrote on Dec 26, '07
ไว้จะลองไปใช้นะคะ มะไหว ปวดคอออ มากมายย
khwtun wrote on Jan 7
ดีจัง เข้าใจแจ่มแจ้ง จะพยายามค่ะ
khwtun wrote on Jan 7, edited on Jan 7
ReviewReviewReviewReviewReview
มีงงนิดนึง..ว่าแต่มันเกี่ยวกับระบบหายใจยังไงล่ะคะ ...หรือว่ามาจากร่างกายไม่แข็งแรง
moveagain wrote on Jan 8
จะไปซื้อคีย์บอรด์ไร้สายมายืนทำงาน
khwtun wrote on Jan 8
จะไปซื้อคีย์บอรด์ไร้สายมายืนทำงาน
ใช่ๆ เห็นด้วยค่ะ ที่บ้านมีเมาส์ไร้สายอยู่พอดี กะว่าจะเอายืนคลิ๊กๆๆ อยู่หน้าประตูเหมือนกัน...หุหุ
ikokphoto wrote on Mar 17
วาง laptop บนตัก อาจทำให้เป็นหมันได้นะครับ ... 555
mj2521 wrote on Jul 9
อ่านจบแล้วปวด...ตา อย่างแรงครับ 555+
Add a Comment
How would you rate this thing? (optional)
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help